fbpx

Social Commerce คืออะไร

    Social Commerce มีขนาดตลาด 89.4 พันล้านดอลล่าร์แล้วในขณะนี้ และมีแผนการที่จะเจริญเติบโตไปที่ 604.5 พันล้านใน 7 ปี
หากเจ้านายทำธุรกิจเกี่ยวกับการขายสินค้า ข้อมูลนี้อาจเป็นประโยชน์แก่เจ้านาย

    Social Commerce คืออะไร

    โซเชียล คอมเมิร์ซ คือ กระบวนการในการขายสินค้าโดยตรงบนโซเชี่ยลมีเดีย ด้วยโซเชียลคอมเมิร์ซ กระบวนการทั้งหมดในการช้อปปิ้งเกิดขึ้นบนโซเชียลมีเดีย แพล็ตฟอร์ม

    ปัจจุบันโซเชียลมีเดียแอพต่างๆเช่น Instagram, Facebook, Pinterest อนุญาติให้เกิดโซเชียลคอมเมิร์ซ ด้วยโซเชี่ยลคอมเมิร์ซเจ้านายอาจเห็นเสื้อผ้าสวยๆบน Instagram Feed และคลิก “Shop Now” และทำการซื้อขายเสร็จเรียบร้อยบนแอพเลย หรือ เจ้านายเห็นรองเท้าราคาน่าสนใจในขณะที่เลื่อนบน Facebook Feed และคลิก “Buy” เมื่อการซื้อขายเสร็จแล้ว เจ้านายยังสามารถใช้งาน Facebook ได้ต่อเนื่องเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และนี่คือโอกาสอย่างมากบนดิจิตัลแพล็ตฟอร์ม เจ้านายควรให้ความสนใจกับสิ่งนี้

 

    Social Commerce VS E-Commerce

  • E-Commerce คือการช็อปปิ้งผ่านเว็บไซต์หรือแอพ
  • Social Commerce ก็คือการช็อปปิ้งผ่านโซเชียลมีเดีย แต่ก็ไม่ใช่ Social Selling
  • Social Selling คือการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าเพื่อที่จะขายของ

 

    ทำไมถึงใช้ Social Commerce
    การช็อปปิ้งบนโซเชียลมีเดียให้การมีส่วนร่วมมากกว่าอีคอมเมิร์ซทั่วๆไป ลูกค้าสามารถปรึกษากับเพื่อนๆในการซื้อได้ทันที ทั้งมีรีวิวในคอมเมนต์ ความนิยมในจำนวนไลค์ แท็กเพื่อนๆมาพูดคุยเกี่ยวกับสินค้า

    โซเชียลคอมเมิร์ซทำให้การช็อปปิ้งนั้นไหลลื่นเห็น, คลิก, ซื้อ โซเชียลมีเดียลดความเชื่องช้าของลูกค้า ลูกค้าสามารถเลือกดูและดำเนินการต่อไปได้อย่างต่อเนื่องรวดเร็ว

    81% ของนักช็อปจะหาข้อมูลของสินค้าบน Instagram Facebook และ การช็อปปิ้งเป็นเป้าหมายหลักถึง 48% ของ ผู้ใช้ Pinterest

 

    Social Commerce เพิ่มโฟกัสในกลุ่มลูกค้า
    ไม่ใช่แค่เพิ่มความรวดเร็วในกระบวนการช็อปปิ้งเท่านั้นแต่ยังช่วยรวบรวมข้อมูลและกระแสตอบรับจากผู้ซื้อ แคตตาล็อกสินค้าของเจ้านายนั้นกระจายอยู่บนโซเชียลมีเดียเพื่อให้ลูกค้ารีวิวและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน เจ้านายสามารถรับรู้ได้ว่านักช็อปชอบสิ่งใดและไม่ชอบสิ่งใด ถ้างั้นเจ้านายจะสามารถถามผู้ชมได้เลยว่าชอบสิ่งใดไม่ชอบสิ่งใด ทำโหวต เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาสินค้าและเลือกว่าจะสต็อคสินค้าประเภทใด บนโซเชียล เจ้านายจะมีข้อมูลที่ชัดเจนว่าลูกค้าต้องการสิ่งใด มีโอกาสที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็น หรือ แม้กระทั้งทำสินค้าที่ออกแบบเฉพาะเจาะจงให้ลูกค้า

 

    มันเป็นที่ที่ Gen Y และ Gen Z ชอบที่จะช็อปปิ้ง
    หากเจ้านายเลือกกลุ่มเป้าหมายอายุ 18-34 ปี พวกเขานั้นออนไลน์อยู่แล้วและรอที่จะซื้อเมื่อเลื่อนเจอ และดูเหมือนว่ากลุ่มช่วงอายุอื่นๆก็เริ่มที่จะสนใจจะลองแล้วเช่นกัน มุ่งเน้นเป้าหมายไปยังผู้ชมที่มีโอกาสที่จะเป็นลูกค้า ด้วยจำนวนข้อมูลที่มหาศาลบนโซเชียลมีเดีย เจ้านายสามารถใช้สิ่งนั้นเพื่อยิงโฆษณาไปยังผู้ที่สนใจ Social Commerce ให้โอกาสที่จะเจาะจงไปยังลูกค้าเฉพาะกลุ่มและเสนอสินค้าต่อหน้าของพวกเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่ E-commerce และวิธีการทางการตลาดยุคก่อนไม่สามารถทำได้

 

    แพล็ตฟอร์มใดที่ดีที่สุดบน Social Commerce
    ณ ขณะนี้มีโซเซียลมีเดียแพล็ตฟอร์มระดับต้นๆเพียงไม่กี่รายที่มี Social Commerce แต่ในอนาคตคาดว่าจะมีโซเชียลมีเดียอีกหลายๆแพล็ตฟอร์มก็จะสามารถทำ Social Commerce ได้

 

    Facebook Shops
    เจ้านายใช้ เพจธุรกิจเฟซบุ๊ค เพื่อแบ่งปันข่าวสาร ติดต่อกับผู้ติดตามและหลายๆกิจกรรม และที่สำคัญมากๆอีกอย่างคือการทำ Facebook Shop, Facebook Shop สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการของเจ้านาย Facebook Shop จะสามารถเข้าถึงได้ผ่านทาง Facebook Page, Instagram Shopping Ads, หรือ Shoppable Stories และ โพสต์ เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเริ่มช็อปปิ้ง ลูกค้าจะมีตัวเลือกที่จะสามารถซื้อผ่านแอพได้เลย แชทถามก่อน หรือให้เข้าชมเว็บไซต์

 

    Instagram Shops

    60% ของผู้คนค้นหาสินค้าใหม่ๆบน Instagram สินค้าของเจ้านายควรเป็นหนึ่งในนั้น Instagram Shop อนุญาติให้ผู้ใช้ซื้อสินค้าผ่านรูปภาพ วิดีโอ ผ่านแอพได้ (เจ้านายจำเป็นต้องตั้งค่า Facebook Shop ก่อน หลังจากนั้น Instagram Shop จะดึงข้อมูลมาจาก แคตตาล็อกบน Facebook)

    Instagram’s Shopping Tags อนุญาติให้ธุรกิจแท็กสินค้าไปที่สตอรี่หรือโพสต์ Brand ชั้นนำมีตัวเลือกที่จะทำไฮไลท์สินค้าใน โพสต์ แคปชั่น และ ไบโอ

    เพื่อที่จะใช้งาน Instagram Shop เจ้านายจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในเขตที่มีการใช้งานและมีบัญชีธุรกิจของอินสตาแกรมเชื่อมต่อกับเพจเฟซบุ๊ค (Instagram Shop นั้นสามารถขายได้เพียงสินค้าเท่านั้น ไม่สามารถขายบริการได้)

 

    Pinterest
    โดยปกติแล้ว Pinterest สำหรับบัญชีทั่วไปไม่ได้นำเสนอ Social Commerce โดยตรง แต่ถ้าเป็นบัญชีธุรกิจ Pinterest อนุญาติให้สร้าง ” Product Pins” ได้ (ชื่อเก่า Buyable Pins)

    แต่ Pinterest นั้นไม่สามารถซื้อสินค้าบนแอพได้เลย เมื่อคลิกที่รูปภาพสินค้าที่ต้องการจะเป็นการไปสู่เว็บไซต์เพื่อทำการซื้อขาย แต่ถึงจะไม่สามารถทำ Social Commerce ได้โดยตรง แต่ 89% ของผู้ใช้ Pinterest นั้นเข้าใช้แอพเพื่อหาแรงบันดาลใจในการช็อปปิ้ง

 

    Line My Shop
    คือระบบจัดการร้านค้าของ Line ที่จะเข้ามาช่วยให้ธุรกิจของเจ้านายบริหารงานได้ง่ายขึ้น โดยการเชื่อมต่อกับ LINE Official Account ซึ่ง MyShop นี้จะช่วยทำให้การจบการขายทำได้ง่ายกว่าแต่ก่อน การมีระบบจัดการบิลรายการสั่งซื้อ ระบบการชำระเงินที่สะดวก มีระบบแจ้งเตือนให้ลูกค้ากรอกชื่อที่อยู่ ชำระเงิน และติดตามดูหมายเลขพัสดุ ด้วยระบบการทำงานเช่นนี้จึงตอบโจทย์อย่างยิ่งทั้งเจ้าของธุรกิจและตัวลูกค้าเอง สามารถสร้างเว็บไซต์ส่วนตัว โดยใช้หน้าเว็บไซต์สำเร็จรูปที่สามารถกดเข้าดูได้ทันทีพร้อมแชร์ลงบนโซเชียลมีเดียต่างๆได้ ระบบแชทที่เชื่อมต่อกับ LINE Official Account ของเจ้านายด้วย

 

    6 เทคนิคที่จะทำให้ Social Commerce นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    1). มีส่วนร่วมกับผู้ติดตาม

    ตอบคำถาม นำเสนอคอนเทนต์ที่น่าสนใจ

    2). รับฟัง

    คอยดูคอมเมนต์และแชร์บนร้านของเจ้านาย ตอบสนองหรือนำเสนอเมื่อลูกค้าต้องการ

    3). กระตุ้นให้เกิดการรีวิว

    93% ของนักช็อปออนไลน์พูดว่าการอ่านรีวิวนั้นมีผลต่อการตัดสินใจอย่างมาก ดังนั้นการมีรีวิวในด้านบวกกับสินค้าหรือธุรกิจของเจ้านายนั้นจะมีประโยชน์อย่างมาก

    4). กำหนดกลุ่มเป้าหมาย

    ใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มากมายบนโซเชียลมีเดีย และนำเสนอสินค้าไปถึงหน้าผู้ที่สนใจ

    5). นำความเชื่องช้าออกไป

    ยิ่งการซื้อนั้นทำได้ง่ายเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะมีโอกาสที่จะเกิดการซื้อมากขึ้น เช่นการคลิกเพียงสองสามทีก็สามารถซื้อได้แล้วเทียบกับการกรอกข้อมูลมากมายเป็นหน้ากระดาษ นี่คือโอกาส

    6).กำหนดราคาสินค้าให้น่าซื้อ

    Social Commerce นั้นมีสินค้าหลายๆประเภท แต่สินค้าที่มีความหรูหรานั้นจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เพราะการที่จะซื้อสินค้าที่ยังไม่ได้เห็นของจริงนั้นดูเหมือนว่าราคาที่สูงยังไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่


    หมาเก็ตติ้งหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่เจ้านายนะครับ 

Comments